#SundayClass #Dekhomeschool #HomechurchOnline #โบสถ์บ้านMKM_onLine #BibleStudy

พระเยซูกับการพับผ้า

ทำไมผ้าพันพระเศียรถูกพับเรียบร้อยและวางแยกจากแถบผ้าลินินในอุโมงค์ที่ฝังศพ

folden napkin
Photo: Anonymous

 

อ่าน ยอห์น (20:1- 7)

20 เช้ามืดวันต้นสัปดาห์ขณะยังมืดอยู่ มารีย์ชาวมักดาลามาที่อุโมงค์ฝังศพและเห็นว่าก้อนหินถูกเคลื่อนออกจากปากอุโมงค์แล้ว 2 ดังนั้นนางจึงวิ่งมาบอกซีโมนเปโตรกับสาวกคนที่พระเยซูทรงรักว่า “พวกเขาเอาองค์พระผู้เป็นเจ้าออกจากอุโมงค์แล้วและเราไม่รู้ว่าเขาเอาพระองค์ไปไว้ที่ไหน!”

3 ดังนั้นเปโตรกับสาวกคนนั้นจึงมาที่อุโมงค์ 4 ทั้งสองคนวิ่งมาแต่สาวกคนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตรจึงมาถึงอุโมงค์ก่อน 5 เขาก้มลงมองเข้าไปเห็นแถบผ้าลินินวางอยู่แต่เขาไม่ได้เข้าไป 6 แล้วซีโมนเปโตรซึ่งตามมาข้างหลังก็วิ่งตรงเข้าไปในอุโมงค์ เขาเห็นแถบผ้าลินินวางอยู่ 7 พร้อมกับผ้าพันพระเศียรของพระเยซูพับวางไว้ต่างหาก 8 ในที่สุดสาวกคนนั้นซึ่งมาถึงอุโมงค์ก่อนก็เข้ามาข้างในด้วย เขาได้เห็นและเชื่อ 9 (พวกเขายังไม่เข้าใจข้อพระคัมภีร์ที่ว่าพระเยซูต้องเป็นขึ้นจากตาย)

พระองค์ต้องการสื่ออะไร และ มีนัยสำคัญอะไร เกี่ยวกับการพับผ้า

ก่อนที่เราจะเอ่ยถึงการพับผ้า เรามาย้อนกลับไปดูขนบธรรมเนียมของชาวฮีบรูในสมัยก่อน เรื่องการพับผ้าเช็ดปากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องระหว่างเจ้านาย และ ผู้รับใช้ แม้แต่ชาวยิวเด็กๆ จะทราบธรรมเนียมนี้เป็นอย่างดี

เมื่อผู้รับใช้เตรียมโต๊ะรับประทานอาหารเป็นอย่างดี ผู้รับใช้ย่อมทราบว่า ต้องเตรียมอะไรให้เจ้านายบ้าง บนโต๊ะอาหารจึงมีทุกสิ่งที่เจ้านายต้องการ ฉะนั้นการตระเตรียมโต๊ะอาหารต้องทำออกมาให้สมบูรณ์ไม่มีที่ติโดยเด็ดขาด ขณะที่เจ้านายนั่งรับประทานอาหาร ผู้รับใช้ห้ามเข้ามาโดนโต๊ะอาหารเด็ดขาด ต้องออกไปรอนอกห้องอาหารไม่ให้เกะกะสายตาเจ้านาย และพร้อมเสมอหากเจ้านายเรียกหา

เมื่อเจ้านายรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ลุกขึ้นจากโต๊ะ ใช้ผ้าเช็ดปาก เช็ดนิ้วมือ เช็ดปาก เช็ดหนวด เรียบร้อยก็จะมวนผ้าเป็นก้อน โยนลงบนโต๊ะ ผู้รับใช้จะรู้ทันทีว่า ถึงเวลาเก็บโต๊ะแล้ว การมวนผ้าเป็นก้อนหรือขยุ้มผ้าเป็นก้อน เป็นสัญญาณบอกว่า

“ ฉันอิ่มแล้ว ”

แต่ถ้าเจ้านาย ลุกขึ้นจากโต๊ะ พับผ้าเช็ดปากวางไว้ข้างจาน ผู้รับใช้จะไม่แตะต้องโต๊ะอาหารเด็ดขาด เพราะการพับผ้าเช็ดปากหมายถึง “เดี๋ยวฉันจะกลับมา”

ฉะนั้น พระเยซู จึงบอกพวกเราด้วยการพับผ้าแยกไว้จากผ้าลินิน “พระองค์จะกลับมา”

เครดิตภาพ: Anonymous

แปล: นกฮูกสาวกของพระเยซู

Source:  Leilani Masaniai


In order to understand the significance of the folded napkin, you have to understand a little bit about Hebrew tradition of that day. The folded napkin had to do with the Master and Servant, and every Jewish boy knew this tradition.

When the servant set the dinner table for the master, he made sure that it was exactly the way the master wanted it..

The table was furnished perfectly, and then the servant would wait, just out of sight, until the master had finished eating, and the servant would not dare touch that table, until the master was finished.

Now, if the master were done eating, he would rise from the table, wipe his fingers, his mouth, and clean his beard, and would wad up that napkin and toss it onto the table.

The servant would then know to clear the table. For in those days, the wadded napkin meant, ‘I’m done’.

But if the master got up from the table, and folded his napkin, and laid it beside his plate, the servant would not dare touch the table,

because…The folded napkin meant…

I’M COMING BACK!!!!

INDEED! HE IS COMING BACK VERY SOON TO RAPTURE HIS CHURCH!!!

 

พระเยซูกับการพับผ้า