Posted in Sunday Class

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระคัมภีร์คือความจริง

#SundayClass     #Dekhomeschool

biblestudy1
Image source: http://www.lds.org

สรุปเนื้อหา การศึกษาพระคัมภีร์ สำหรับผู้เชื่อใหม่

บทที่ 1

หัวข้อ “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระคัมภีร์คือความจริง”  

 เรารู้จักกับชื่อพระคัมภีร์ว่ามีหลายเล่มในพันธสัญญาเก่าและพันธสัญญาใหม่ คัมภีร์แต่ละเล่ม ผู้เขียนได้รับการดลใจจากพระเจ้าให้เขียนขึ้น โดยผู้เขียนแต่ละคนอยู่ต่างสถานที่ ต่างเวลาและไม่รู้จักกัน แต่พระเจ้าทรงดลใจ คล้ายๆจับมือเขียนนั่นเอง (อธิบายเสริม ท้ายบท)

 

1. ชื่อของพระคัมภีร์

1.1 พระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้า

ฮิบรู 4:12 เพราะว่าพระวจนะของพระเจ้านั้นมีชีวิตและทรงพลานุภาพอยู่เสมอ และคมยิ่งกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุกระทั่งแยกจิตและวิญญาณ ทั้งข้อกระดูกและไขในกระดูก และสามารถวินิจฉัยความคิดและความมุ่งหมายในใจด้วย

โรม 10:17 ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์

อธิบาย: มนุษย์ไม่ใช่ผู้ที่คิดเขียนขึ้นมาเอง แต่ผู้ประพันธ์ที่แท้จริงคือ พระเจ้า

1.2  พระคัมภีร์คือถ้อยคำแห่งความจริง

2 ทิโมธี 2:15 จงพยายามอย่างสุดกำลังที่จะให้ตัวท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรับรอง เป็นคนงานที่ไม่ต้องอับอาย และใช้ถ้อยคำแห่งความจริงอย่างถูกต้อง

อธิบาย: หนังสือในพระคัมภีร์เป็นความจริงทั้งหมด ไม่มีเล่มใดเป็นเท็จเลย เป็นความจริงที่เชื่อถือได้ ไม่มีข้อผิดพลาด ไม่มีข้อขัดแย้ง ถ้าเป็นพระวจนะของพระเจ้า จะมีข้อผิดพลาดได้อย่างไร

1.3 พระคัมภีร์คือพระวจนะของพระเจ้าที่มีชีวิต

ฟิลิปปี 2:16ขณะที่ท่านยึดมั่นในพระวจนะแห่งชีวิตเพื่อข้าพเจ้าจะอวดได้ในวันแห่งพระคริสต์ว่าข้าพเจ้าไม่ได้วิ่งหรือลงแรงโดยเปล่าประโยชน์ 

อธิบาย: พระคัมภีร์คือพระวจนะแห่งชีวิต

( ฮิบรู 4:12 เมื่อข้อความของพระคัมภีร์เป็นที่เข้าใจและเชื่อ แล้วชีวิตจะเปลี่ยนไป) 

 (2 โครินทร์ 5: 17 ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น)

(ยอห์น 6:47 เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า คนที่วางใจก็มีชีวิตนิรันดร์)

1.4 พระคัมภีร์คือพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

(โรม 1:2 คือข่าวประเสริฐที่ได้ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้า โดยทางพวกผู้เผยพระวจนะของพระองค์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์)

อธิบาย:  คำว่าพระคัมภีร์หมายถึง “การเขียน” และคำว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์” หมายถึงงานเขียนเหล่านี้มีความแตกต่างจากงานเขียนอื่น ๆ ไม่มีหนังสือเล่มอื่น ๆ เหมือนพระคัมภีร์ พระคัมภีร์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นเพียงหนังสือเล่มเดียวที่พระเจ้าประทานให้แก่เราเท่านั้น มีคนกล่าวว่า “ฉันเชื่อคัมภีร์ไบเบิลตั้งแต่ปกแรกจนถึงท้ายปก เพราะ บนปกเขียนว่า” พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ “

(อิสยาห์ 66:1-2)

1พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “สวรรค์เป็นพระที่นั่งของเรา และแผ่นดินโลกเป็นแท่นวางเท้าของเรา

พวกเจ้าสามารถสร้างนิเวศให้แก่เรา ณ สถานที่ใด?  และที่พำนักของเรานั้นจะอยู่ที่ไหน?

2มือของเราสร้างสิ่งทั้งหมดนี้  และสิ่งทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้น”  พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้

“แต่นี่ต่างหากที่เราจะมอง คือผู้ถ่อมใจและสำนึกผิดในวิญญาณจิต และตัวสั่นเพราะถ้อยคำของเรา

 

2. คำพยานของพระคริสต์

ไม่มีใครรู้เรื่องพระคัมภีร์มากกว่าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในพระคัมภีร์ พระเยซูคริสต์ตรัสเกี่ยวกับพระคัมภีร์อย่างไร?

2.1 ยอห์น 17:17   ขอทรงแยกพวกเขาให้ ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง  บริสุทธิ์  (แยก…ให้บริสุทธิ์ ในข้อนี้ แปลได้อีกว่า ชำระให้บริสุทธิ์ ซึ่งในพระคัมภีร์หมายถึง แยกตัวออกเพื่อพระเจ้า)

พระเยซูตรัสว่าพระวจนะของพระเจ้าเป็นความจริง พระเยซูตรัสว่า เรารู้ว่าพระคัมภีร์เป็นความจริงเพราะพระบุตรของพระเจ้าตรัสเช่นนั้น! พระคัมภีร์เป็นพระวจนะของพระเจ้าและต้องเป็นความจริงเพราะ

ฮิบรู 6:18 เพื่อว่าโดยพระสัญญาและคำสาบานที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะพระเจ้าตรัสมุสาไม่ได้ เราผู้ที่หนีไปยึดความหวังซึ่งมีอยู่ตรงหน้า จะได้รับการชูใจอย่างมากมาย

ทิตัส 1:2 ซึ่งอยู่บนความหวังของชีวิตนิรันดร์ ที่พระเจ้าผู้ไม่ตรัสมุสาทรงสัญญาไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นของกาลเวลา 

ยอห์น 3:33 คนที่รับคำพยานของพระองค์ก็รับรองว่าพระเจ้าทรงสัตย์จริง 

ตรงกันข้ามกับข้อสังเกตด้านบนให้สังเกตสิ่งที่พระคัมภีร์บอกเราเกี่ยวกับซาตานใน ยอห์น 8:44 “พวกท่านมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านอยากจะทำตามความปรารถนาของพ่อ มันเป็นฆาตกรตั้งแต่เริ่มแรกและไม่ได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสา และเป็นพ่อของการมุสา”

2.2  ยอห์น 10 : 35  คนเหล่านั้นที่พระวจนะของพระเจ้ามีมาถึงถูกเรียกว่าเทพเจ้าและถ้าพระคัมภีร์ถูกต้องเสมอ

อธิบาย: พระเยซูคริสต์ตรัสว่าคัมภีร์ไม่สามารถูกหักทำลายได้ สิ่งที่พระเจ้าตรัสจะไม่มีวันถูกทำลายหรือถูกทำลาย

2.3 ลูกา 24:44 พระองค์ตรัสกับเขาว่า “นี่เป็นถ้อยคำของเรา ซึ่งเราบอกไว้กับท่านทั้งหลายขณะที่เรายังอยู่กับท่านว่า บรรดาถ้อยคำที่เขียนไว้ในหมวดธรรมบัญญัติของโมเสส ในหมวดผู้เผยพระวจนะ และในหมวดเพลงสดุดีที่กล่าวถึงเรานั้น จำเป็นจะต้องสำเร็จ”

อธิบาย: พระเยซูตรัสว่าพระคัมภีร์ต้องสำเร็จ

2.4 มัทธิว 5:18 เพราะเราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า จนกว่าฟ้าและดินจะล่วงไป แม้อักษรที่เล็กที่สุด หรือขีด ขีดหนึ่ง ก็จะไม่มีวันสูญไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าทุกสิ่งจะเกิดขึ้น

อธิบาย: ดังนั้นทุกอย่างที่พระเจ้าตรัสไว้ในพระคัมภีร์จะสำเร็จเป็นจริงอย่างแน่นอน (หรือ yod) เป็นตัวอักษรที่เล็กที่สุดในภาษาฮีบรู

166264crop

คำที่พิมพ์ข้างต้นเป็นคำภาษาฮีบรูสำหรับพระเจ้า (Elohim) เป็นคำที่โมเสสเขียนในปฐมกาล 1: 1

ค้นหาตัวอักษรที่เล็กที่สุดในคำนี้และหมุนวงกลม คุณเพิ่งวงกลม ‘jot’ (yod)

เครื่องหมาย “ย่อ” (tittle) เป็นเครื่องหมายเล็ก ๆ ที่ช่วยให้คุณสามารถบอกความแตกต่างระหว่างอักษรฮีบรูสองตัวที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

เขียนไว้ข้างต้นมี 6 ตัวอักษรฮีบรูแบ่งออกเป็นสามกลุ่มแต่ละตัวอักษรสองตัว ในแต่ละกลุ่มตัวอักษรทั้งสองมีลักษณะคล้ายกันมาก ในแต่ละกลุ่มตัวอักษรตัวหนึ่งมีส่วนเล็ก ๆ ที่เพิ่มเข้าไปในส่วนที่แตกต่างออกไปและทำให้แตกต่างจากตัวอักษรอื่น ๆ วงกลมส่วนนี้ (และทำในแต่ละกลุ่มของตัวอักษร) คุณเพิ่งวงกลมเครื่องหมาย “ย่อ” (tittle)  ‘.

เรามีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับนี้เมื่อเราเขียนอักษรภาษาอังกฤษในคำสอน ถ้าเราไม่ใส่จุดด้านบนของตัวอัษร ‘i’ มันอาจจะมีลักษณะคล้ายกับ ‘e’ ถ้าเราไม่ขีดเส้นคาดที่ตัวอักษร ‘t’ มันอาจดูคล้ายกับ ‘l’ ถ้าพระเยซูกำลังพูดกับเราในภาษาอังกฤษในวันนี้พระเยซูอาจจะบอกว่า “ทุกๆจุดบนตัวอักษร ‘i’   “และทุกๆ เส้นขีดคั่นกลางของ ‘t’ ในพระวจนะของพระเจ้าจะบรรลุผล” ทุกตัวอักษรและทุกคำในพระคัมภีร์มีความสำคัญและเป็นความจริง เราจำเป็นต้องเข้าใจพระวจนะที่ไม่มีข้อผิดพลาดของพระเจ้าขอจงเชื่อและมีชีวิต

2.5 มัทธิว 24:34-35  เราบอกความจริงกับท่านว่า คนในยุคนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนทุกสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ฟ้าและดินจะล่วงไป แต่บรรดาถ้อยคำของเราจะไม่สูญหายไปเลย

 3. พยานหลักฐานของพระคัมภีร์

มาดูว่าพระคัมภีร์พูดเกี่ยวกับตัวเองว่าอะไร?

3.1   (2ทิโมธี 3:16)  พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในความชอบธรรม

มี “ลมหายใจของพระเจ้า” ในพระคัมภีร์จำนวนเท่าไหร่……………มีทั้งหมด

เมื่อใดก็ตามที่เราพูดคุยเรากำลังหายใจเอาคำพูดออกมา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดคำโดยไม่ต้องปล่อยลมหายใจออกมา  ลองกลั้นลมหายใจไม่ให้ออกมาและพูดพร้อมกัน คุณทำได้มั้ย?  (ไม่ได้)

2ทิโมธี 3:16  บอกเราว่าพระเจ้าได้หายใจออกมาเป็นคำพูด  พระเจ้าได้ทรงพ่นลมหายใจออกมาเป็นพระคัมภีร์ นั่นแปลว่า พระคัมภีร์ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า

อิสยาห์ 40:5 แล้วพระเกียรติสิริขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้รับการเปิดเผย
                    และมวลมนุษยชาติจะได้เห็นร่วมกัน
                    เพราะพระโอษฐ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสไว้แล้ว”

สดุดี 33:6 โดยพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็อุบัติขึ้น
                 ดวงดาวทั้งปวงมีขึ้นโดยลมพระโอษฐ์ของพระองค์

  3.2  (2 เปโตร 1:21 เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความประสงค์ของมนุษย์เลย แต่มนุษย์กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจเขา )

เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้คุณเพิ่งพูดว่า พระคัมภีร์คือลมหายใจออกของพระเจ้า และพระคัมภีร์ทั้งเล่มก็คือพระวจนะของพระเจ้า ฉันคิดว่ามนุษย์เป็นผู้เขียนขึ้นมาซะอีก (เช่น กษัตริย์เดวิด โมเสส เปาโล ลูกา และมัทธิว) แล้วจะเป็นพระวจนะของพระเจ้าได้ยังไงในเมื่อมนุษย์เป็นผู้เขียนขึ้นมา

เราหาคำตอบได้จาก 2 เปโตร 1:21 

21 เพราะคำของผู้เผยพระวจนะนั้นไม่เคยเกิดจากเจตจำนงของมนุษย์ แต่มนุษย์กล่าวถ้อยคำซึ่งมาจากพระเจ้าตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจเขา

ดังเช่นใน สดุดี 23:1 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดั่งเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน

กษัตริย์เดวิดได้เขียนขึ้นมาอย่างลื่นไหลโดยการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า  1พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน

166265crop

พระเจ้าได้ทรงเตรียมการให้เดวิดเป็นผู้เขียนตั้งแต่เขายังไม่เกิด เช่นเดียวกันกับ เยเรมีย์ 1:5 “เราได้รู้จักเจ้าก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าขึ้นในครรภ์ และก่อนที่เจ้าคลอดจากครรภ์ เราก็ได้กำหนดตัวเจ้าไว้ เราได้แต่งตั้งเจ้าเป็นผู้เผยพระวจนะแก่บรรดาประชาชาติ”

กษัตริย์ดาวิดเติบโตขึ้นและกลายเป็นคนเลี้ยงแกะ อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เขาตระหนักถึงความห่วงใยและการคุ้มครองของพระเจ้า พระองค์ทรงเขียนว่า “พระยาห์เวห์ทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ”  พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเคลื่อนไหวในกษัตริย์ดาวิด ลักษณะคำที่ดาวิดเขียนไว้คือคำพูดที่พระเจ้าต้องการให้เขียน จงฟังสิ่งที่ดาวิดกล่าวไว้เมื่อสิ้นชีวิต

2 ซามูเอล 23:2 “พระวิญญาณของพระยาห์เวห์ได้ตรัสทางข้าพเจ้า พระดำรัสของพระองค์อยู่ที่ลิ้นของข้าพเจ้า

ตามข้อนี้ใครเป็นคนพูดจริง? พระเจ้า

คำพุดของใครที่ออกมาจากลิ้นของกษัตริย์ดาวิด? พระเจ้า

3.3  (อิสยาห์ 40:8 ต้นหญ้าก็เหี่ยวแห้ง และดอกไม้ก็ร่วงโรย แต่พระวจนะพระเจ้าของเราจะยั่งยืนเป็นนิตย์)

พระวจนะของพระเจ้ามีอายุยืนยาวเท่าไหร่  — ตลอดกาล    พระวจนะของพระเจ้าตั้งอยู่ในสวรรค์ยาวนานเท่าไหร่ —–ตลอดกาล

( สดุดี 119:89  พระยาห์เวห์ทรงดำรงอยู่เป็นนิตย์ พระวจนะของพระองค์ตั้งมั่นคงในสวรรค์)

3.4  ลองค้นหา คำเหล่านี้ จากงานเขียนบางส่วนของผู้เผยพระวจนะ (เช่น อิสยาห์ เยเรมีย์ เอเสเคียล มาลาคี

และสังเกตเห็นความถี่ของสำนวนที่พบ เช่น

“พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า”

“พระเยโฮวาห์ตรัสดังนี้”

“พระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงข้าพเจ้าว่า”

ลายเซ็นของพระเจ้าถูกค้นพบซ้ำ ๆ ตลอดทั้งเล่มที่พระองค์ได้ประพันธ์ไว้

 

——————————————————————————————————-

อธิบายเสริม

พระคัมภีร์ได้รับการดลใจหมายความว่าอะไร?

 เมื่อมีการพูดว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจ ผู้พูดหมายความว่าพระเจ้าทรงใช้สิทธิอำนาจดลใจผู้เขียนพระคัมภีร์ซึ่งเป็นมนุษย์ ให้เขียนในสิ่งที่เป็นพระวจนะของพระองค์ล้วน ๆ  ในขณะที่มีบางคนสงสัยว่าพระคัมภีร์ได้รับการดลใจมากน้อยแค่ไหน พระคัมภีร์เองยืนยันว่าทุกตอน, ทุกส่วนในนั้นได้รับการดลใจจากพระเจ้าโดยไม่มีข้อสงสัย

1 โครินธ์ 2:12-13

12เราไม่ได้รับวิญญาณของโลก แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า เพื่อจะได้รู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าประทานแก่เรา 13และเรากล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ด้วยถ้อยคำซึ่งไม่ใช่ปัญญาของมนุษย์สอนไว้ แต่พระวิญญาณทรงสอนไว้ คือเราได้อธิบายความหมายของเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณ ให้คนฝ่ายจิตวิญญาณฟัง

——————————————————————————————————-